หลายคนเห็นธุรกิจโตช้าแล้วรู้สึกใจไม่ดีครับ เหมือนกำลังแพ้คนอื่น เหมือนตามไม่ทันตลาด แต่ความจริงธุรกิจที่โตช้าแต่ชัวร์จำนวนมาก “กำไรหนากว่า” และอยู่ได้นานกว่า เพราะเขาไม่ได้รีบขยายก่อนที่จะคุมต้นทุน คุมคุณภาพ และคุมระบบได้ ธุรกิจที่โตเร็วอาจดูสวยในตัวเลขยอดขาย แต่ถ้าขยายบนโครงที่ยังไม่แข็ง กำไรมักรั่วแบบไม่รู้ตัวครับ
โตช้าช่วยให้คุมต้นทุนและคุณภาพได้ก่อน กำไรเลยไม่รั่ว
เวลาธุรกิจโตเร็ว มักต้องเพิ่มทุกอย่างเร็วครับ คนเพิ่ม งานเพิ่ม ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ระบบยังไม่ทันนิ่ง ความผิดพลาดก็เพิ่มตาม และต้นทุนแฝงจะโผล่เต็มไปหมด เช่น งานแก้ซ้ำ ส่งมอบช้า ลูกค้าเคลม ทีมล้า แล้วสุดท้ายกำไรหายไปกับสิ่งที่มองไม่เห็น ธุรกิจที่โตช้าแต่ชัวร์จะค่อย ๆ ทำให้กระบวนการนิ่งก่อน ทำให้คุณภาพสม่ำเสมอก่อน แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ พอทำแบบนี้ทุกบาทที่เข้า จะไม่รั่วง่าย และกำไรเลยหนาครับ
โตช้าทำให้ลูกค้าอยู่ยาว ซื้อซ้ำมากขึ้น ลดต้นทุนหาลูกค้าใหม่
ธุรกิจที่โตช้าแต่ชัวร์มักโฟกัสลูกค้าเดิมมากครับ ทำให้ประสบการณ์ดี ดูแลต่อเนื่อง และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ย้ายแล้วไม่คุ้ม” พอลูกค้าอยู่ยาว การซื้อซ้ำและการบอกต่อจะเกิดเอง ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่จึงลดลงเรื่อย ๆ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้กำไรหนา เพราะกำไรไม่ได้หนาจากการขายเพิ่มอย่างเดียว แต่หนาจากการลดต้นทุนที่ต้องจ่ายซ้ำ ๆ เพื่อเริ่มใหม่ทุกครั้งครับ
โตช้าทำให้กล้าตั้งราคาได้ ไม่ต้องเล่นเกมลดราคาเพื่อโต
ธุรกิจที่โตเร็วบางเจ้าต้องโตด้วยการลดราคาและโปรหนักครับ เพราะต้องดันยอดให้ทันต้นทุนที่ขยาย แต่ธุรกิจที่โตช้าแต่ชัวร์มักสร้างความเชื่อใจไปทีละขั้น ทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าจริง และกล้าบอกขอบเขตงานชัด พอคุณค่าและมาตรฐานชัด ธุรกิจจะตั้งราคาที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องแข่งราคาตลาดตลอด การไม่ต้องลดราคาเพื่อเอายอด ทำให้กำไรหนาแบบยืนระยะครับ
ธุรกิจที่โตช้าแต่ชัวร์กำไรหนากว่า เพราะเขาคุมต้นทุนและคุณภาพให้แน่นก่อน ทำให้ลูกค้าอยู่ยาวจนต้นทุนหาลูกค้าใหม่ลดลง และสร้างคุณค่าจนตั้งราคาได้โดยไม่ต้องพึ่งการลดราคาเพื่อโตครับ โตช้าไม่ใช่ช้าเพราะไม่เก่ง แต่ช้าเพราะเลือกโตบนโครงที่แข็งแรง สุดท้ายกำไรที่หนาจริงไม่ได้มาจากการโตเร็วที่สุด แต่มาจากการโตแบบไม่รั่ว และอยู่ได้นานครับ
